ดอกม่วงเทพรัตน์

posted on 04 Mar 2010 15:09 by moolucky

วันนี้ไปจองมาแล้วจ้า  ดอกม่วงเทพรัตน์  หาข้อมูลเขาว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย  แต่กว่าจะได้ก็เดือนหน้านู้นแหละ  หมดเขตวันที่ 15 มี.ค. 53  ไปรับของ 2-9 เม.ย. 53 

เอารายละเอียดดอกม่วงเทพรัตน์มาให้ดู  ส่วนใครสนใจก็เข้าไปได้ที่ www.rspg.or.th 

 

ม่วงเทพรัตน์คือไม้ดอกสีม่วงอมฟ้า เกสรสีเหลือง

กลีบดอก 5 แฉก อวดสีสันนุ่มตา กลิ่นกรุ่นหอมจางๆยามลมรำเพย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม หลังจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) ขอพระราชทานนามพันธุ์ไม้เทศชื่อ exacum ให้เป็นนามเรียกขานของไพร่ฟ้าประชาไทย

พระองค์ได้พระราชทานชื่อสามัญเป็นภาษาไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552

กลางแสงแดดสายวันหนึ่งในเดือนแห่งความรัก หน้าโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ภายในสวนจิตรลดา ดอกม่วงเทพรัตน์อวดกลีบตระการ บ้างอยู่ในขวดแก้วใส มองเห็นลำต้นสด ใบเขียวสด และดอกสีม่วง บ้างอยู่ในกระถางเล็กๆวางเรียงราย

เด็กนักเรียนพากันเพ่งพิศ ก่อนบันทึกไว้ในความทรงจำ มองตามสายตาของนักเรียนเข้าไป ภายในห้องกระจกใสของโครงการ เต็มไปด้วยขวดใสเล็กๆ เรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมที่จะนำแจกจ่ายให้ผู้สนใจ

ม่วงเทพรัตน์ในสายตาของทุกคน ที่ยืนอยู่หน้าโครงการนี้ ดร.ปิยรัษฎ์ เจริญทรัพย์ ฟันเฟืองสำคัญของ อพ.สธ.บอกว่า ถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ socotra หมู่เกาะเยเมน ในมหาสมุทรอินเดีย

พันธุ์พืชนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ได้รับพระราชทานเนื้อเยื่อพันธุ์ พร้อมพืชอื่นๆ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ให้ขยายพันธุ์และเก็บรักษาพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เมื่อวันที่ 27 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551

สืบมาพบว่า เนื้อเยื่อพืชที่ได้รับเหล่านั้น มีพืชชนิดหนึ่งที่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้ดี และสามารถออกดอกในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ สม่ำเสมอคือ Exacum affine หรือ Persian Violet หรือ ม่วงเทพรัตน์ ในปัจจุบัน

"ม่วงเทพรัตน์  เป็นดอกไม้ที่มีศักยภาพในการผลิดอกได้ในขวดและพื้นที่โดยทั่วไป  และสีม่วงเป็นสีประจำพระองค์  เราจึงขอพระราชทานนาม"

ดร.ปิยรัษฎ์บอกและอธิบายว่าลักษณะของม่วงเทพรัตน์เป็นไม้ล้มลุก ใบมีสีเขียวเข้ม รูปไข่ ยาวไม่เกิน 4 ซม. ความสูงประมาณ 60 ซม. โดยทั่วไปออกดอกในช่วงหน้าร้อนและใบไม้ผลิ แต่สำหรับเมืองไทย ซึ่งอากาศร้อน จะออกดอกสวยงามดีในฤดูหนาว

นายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำนวยการ อพ.สธ. บอกด้วยความประทับใจว่า "ครั้งแรกที่เห็นดอกม่วงเทพรัตน์ก็ประทับใจ เพราะเป็นดอกไม้สีม่วง เกสรสีเหลือง กลิ่นหอม หาได้ยาก มีคุณค่า เราได้ขยายพันธุ์และทดลองปลูกจนได้ผลสมบูรณ์ น่าจะเป็นดอกไม้ที่ประชาชนชื่นชอบด้วย"

ลักษณะพิเศษของม่วงเทพรัตน์ นอกจากเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในขวดแล้ว ยังออกดอกในขวดได้ด้วย และยังสามารถปลูกในสภาพธรรมชาติได้ปกติ ด้วยการปักชำ สภาพอากาศบ้านเราก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี

การขยายพันธุ์ ดร.ปิยรัษฎ์บอกว่าทำได้ง่าย คล้ายๆกับดอกคุณนายตื่นสาย ดอกไม้พันธุ์ทรหดของบ้านเรา คือใช้กิ่งปักชำ แม้ตอนเพาะเนื้อเยื่อต้องมีห้องปรับอากาศ แต่เมื่อต้นแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้ว เราสามารถออกปลูกในสภาพธรรมชาติได้ ไม่มีปัญหา แม้จะเป็นไม้ต่างประเทศก็ตาม

การปลูกและเตรียมดิน ดร.ปิยรัษฎ์บอกว่า ใช้ขี้เถ้า 1 ส่วน ผสมกับแกลบ 1 ส่วน แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ใช้ดินร่วนธรรมดาๆ ก็ได้ ลงดินแล้วก็รดน้ำปกติ เหมือนรดน้ำดอกไม้ทั่วไป เมื่อลำต้นแข็งแรงดีแล้วก็จะให้ดอก แต่ละต้นมีอายุประมาณ 1 ปี

เมื่อได้ต้นที่แข็งแรงแล้ว การขยายพันธุ์สืบไปจะใช้เมล็ดเพาะปลูก หรือจะหักกิ่งไปปักชำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องหาซื้อใหม่ เพราะเป็นพืชที่เกิดง่าย  โตง่าย  ขยายพันธุ์ได้ดี  จะใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับตกแต่ง สถานที่ก็สวยงาม

เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุ 55 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553 นี้ โครงการฯเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้นำพันธุ์ ม่วงเทพรัตน์ ไปปลูกจำนวน 155,555 ขวด ในราคาขวดละ 155 บาท

ผู้สนใจสั่งจอง ติดต่อได้โดยตรงที่ อพ.สธ. โทรศัพท์ 0-2282-1850 หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่ Homepage: www.rspg.or.th เพื่อจะได้หาที่สั่งจองใกล้ๆบ้าน

ดร.ปิยรัษฎ์บอกว่ารายได้จากการจำหน่าย หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแล้ว จะนำไปเป็นทุนในการก่อตั้งมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันคล้ายวันราชสมภพ

การเปิดให้จองอยู่ในวโรกาสอันเป็นมงคลนี้เท่านั้น คือตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.2553

จะมีออกมาจำหน่ายต่อไปหรือไม่นั้น ดร.ปิยรัษฎ์บอกว่า "คงต้องดูกระแสตอบรับก่อน และเราทำครั้งนี้ เราทำเนื่องในโอกาสพิเศษจริงๆ ถ้ามีความต้องการมากในอนาคต เราค่อยมาดูกันอีกที เราไม่อาจบอกได้ว่าจะมีช่วงที่สองหรือไม่ อย่างไร"

พร้อมให้รายละเอียดว่า ขณะนี้โครงการ อพ.สธ.ได้เพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ที่ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ณ สวนจิตรลดา กทม. และที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ คลองไผ่ ลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบทอดงานอนุรักษ์พันธุกรรม พืชและทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2535

เป้าหมายเพื่อให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพันธุกรรมพืช ให้ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ จนเกิดประโยชน์ถึงชาวไทย และให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช สื่อถึงกันได้ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการพัฒนา และด้านการบริหารจัดการด้านปกปักพันธุกรรมพืชออกสำรวจเก็บรวบรวมและปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

ประชาชนผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ทั่วประเทศ

 

 

Comment

Comment:

Tweet